รพจศ

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การเขียนรายงาน HOSxp เบื้องต้น ฉบับที่ 1

  ไม่ว่าโปรแกรมอะไรที่มีการเขียนขึ้นมาใช้ ฟังก์ชันที่ขาดไม่ได้ในการทำงานคือ การออกรายงานวันนี้เรามาดูกันว่าการเขียนรายงานในHosxp ทำอย่างไรบ้าง ในที่นี้ขอข้ามการแนะนำโปรแกรมที่ใช้ออกแบบรายงาน มาเริ่มกันเลย
       1. เข้าโปรแกรมออกรายงานซึ่งมีมาให้พร้อมกับการติดตั้งHoxp เปิดโปรแกรมขึ้นมาจะได้หน้าตาแบบนี้แล้วเลือก Custom Report

        2. ในขั้นแรกให้เลือกรายงานมาสักตัวหนึ่งขึ้นมาก่อน แล้วกด ที่ปุ่มDesign เพื่อเข้าไปเปลี่ยนชื่อ รายงาน แล้วกดปิดรายงานนั้นออกไป
จะมีปุ่มSave Report ขึ้นมาให้ทำการเปลี่ยนชื่อรายงานเป็นอย่างอื่น แล้วกด Save Report ตัวอย่าง เปลี่ยนชื่อจาก CUSTOM-  รายงาน สรุปค่ารักษาพยาบาลส่วนต่าง แยกตามสิทธิเกณฑ์คงค้าง และรายสิทธิ1 >>CUSTOM-รายงานผู้มารับบริการ ที่แผนกผู้ป่วยนอก แล้วบันทึก ระบบจะทำการสร้างรายงาน
ให้ใหม่โดยยังมีรายงานเดิมอยู่ เหมือนกับทำการคัดลอกรายงานในชื่อใหม่

3. ค้นหารายงานที่เราทำการเปลี่ยนชื่อไว้  
กดNext
ให้ทำการวางScript หรือ SQL ที่ทำการQuery แล้วลงไปแทนอันเดิม แล้วให้ลากคลุม Parameterที่จะใช้ส่งค่า แล้วทำการกดปุ่ม + ด้านบน  ถ้าส่งวันที่ไปเวลาเราเรียกใช้รายงานจะมีpop upให้เราเลือกวันที่ไปด้วย เช่น


เลือก NEXT  จะได้ดังรูป คือระบบจะทำตามคำสั่งSQLที่เราวางไว้ก่อนหน้าแล้วแสดงข้อมูลขึ้นมา


แล้วกดปุ่ม Design  แล้วทำการลบข้อมูลเก่าออกให้หมดจะได้หน้ารายงานว่างๆ
จากนั้นให้ทำการลากข้อมูลมาใส่ได้ตามอัธยาศัย ข้อมูลจะอยู่ที่ด้านขวามือ






ทำการpreview ดูก่อนได้แล้วทำการSaveเลย จบขั้นต้น







วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Select ข้อมูลให้มี 0ติดมาข้างหน้า เช่น 0000005

จากปัญหาที่เราไม่สามารถเลือกข้อมูลคนไข้ให้ครบ บางที่ใช้ 7 หลัก บางที่ใช้ 9 หลัก แต่บังเอิญทางที่ต้องส่งข้อมูลเขาต้องส่งข้อมูลเป็นเลข 9 หลัก โดยให้เติม 0 เข้าไปข้างหน้า เอาแล้วๆ ทำไงน้อ
ลองใช้คำสั่งดังต่อไปนี้ปัญหาจะหมดไป

LPAD(String,Lent,Place String)
        string = ฟิวด์ข้อมูลที่เราเลือก
        Lent = ขนาดของตัวเลขที่จะเติมให้เต็ม
        Place String = ตัวอักขระที่จะเพิ่มเข้าไป

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ร่างโครงสร้างมาตรฐานข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพและการส่งต่ผู้ป่วย 53 แฟ้ม

เข้าไปดูได้ที่นี่

การเพิ่มวัคซีน IPV หรือตัวอื่นๆ









แก้ไขปัญหาพิมพ์ Discharge ผู้ป่วยในไม่ได้(Key violation)


 กรณีพิมพ์เอกสารไม่ได้ ผู้ป่วยใน

วิธีแก้ไข



กรณีนี้เหมือนการที่เรา นำค่าว่างที่ไม่มีค่ามาคำนวณ โปรแกรมจึงไม่สามารถคำนวนได้ ถ้าติ๊กตรงนี้จะเหมือนนำข้อมูลมาคำนวณไม่ว่าจะมีค่าหรือไม่ หรือค่าว่างอาจมีการแปลงให้เป็น 0 เพื่อที่จะนำมาคำนวณเงินได้

ปัญหาการดึงคนไข้มาคีย์แล้วดึงไม่ได้

พี่: น้องไอทีพี่ดึงคนไข้มาแก้ไขมาเพิ่มไม่ได้ ดูให้หน่อย แต่ก่อนเคยคีย์ได้
ไอที: สักครู่ครับ
จากปัญหานี้เมื่อไปที่หน้าจอบันทึกของHOSXP จะมีปัญหา ผู้ใช้งานเปิดหน้าค้างไว้เช่น ER

แล้วผู้ป่วยมาตรวจรักษาโรคทั่วไปที่แผนกอื่น แล้วเจ้าหน้าที่จำทำการแก้ไขรายการในผู้ป่วยแผนกอื่น แต่จะทำการเลือกผ่านการคีย์HN จากหน้างานERเลย จะทำได้บ้างไม่ได้ เพราะผู้ป่วยบางคนไม่ได้มีการส่งต่อการรักษาไปที่แผนกนั้นๆจำเป็นต้องเลือก แสดงผู้ป่วยที่ส่งไปห้อง เป็น All  หรือทั้งหมดจึงจะแสดงข้อมูลผู้ป่วยได้

จากนั้นให้พิมพ์HNลงไป จะทำการหาคนไข้ได้
    เหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถดึงคนไข้ได้ก็เพื่อจะทำให้ผุ้ตรวจรู้ว่าคนไข้อยู่สถานะอะไรอยู่ที่ห้องได๋ การตามหาคนไข้จะได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะต้องให้ผู้ตรวจส่งคนไข้เข้ามาก่อนนั้นเอง

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ดึงข้อมูลผู้ป่วยคลีนิค ASHMA และCOPD

select t.addressid,if(c.clinic="015","โรคหอบหืด(Ashma)","โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง(COPD)") as clinicopd ,c.hn,CONCAT(pa.pname,pa.fname," ",pa.lname) as paName ,pa.hn,pa.addrpart,pa.moopart,t.full_name from clinicmember c
left OUTER JOIN patient pa ON c.hn=pa.hn
LEFT OUTER JOIN thaiaddress t ON CONCAT(pa.chwpart,pa.amppart,pa.tmbpart) =t.addressid
where c.clinic in("015","016") AND pa.tmbpart in("01","02","03","04","05")

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

sql เบาหวาน

==========DM ล้วน======
select dm_all.hn,pname,fname,lname,birthday,addrpart,moopart,tmbpart,amppart,chwpart from

(select pt.hn,pt.pname,pt.fname,pt.lname,pt.birthday,pt.addrpart,pt.moopart,pt.tmbpart,pt.amppart,pt.chwpart
from clinicmember c
left outer join patient pt on pt.hn=c.hn
where c.clinic="001" and pt.death<>"Y") as dm_all
left outer join (select hn from clinicmember where clinic="002")as ht on ht.hn=dm_all.hn
where ht.hn is null


 =======DM+HT==
select dm_all.hn,pname,fname,lname,birthday,addrpart,moopart,tmbpart,amppart,chwpart from(
select pt.hn,pt.pname,pt.fname,pt.lname,pt.birthday,pt.addrpart,pt.moopart,pt.tmbpart,pt.amppart,pt.chwpart
from clinicmember c
left outer join patient pt on pt.hn=c.hn
where c.clinic="001" and pt.death<>"Y") as dm_all
inner join (select hn from clinicmember where clinic="002")as ht on ht.hn=dm_all.hn


=======กลุ่มโรคแทรกอื่นๆ==========
select distinct pt.hn from clinicmember c
left outer join patient pt on pt.hn=c.hn
left outer join ovstdiag d on c.hn=d.hn
where c.clinic="001" and pt.death<>"Y"
and (icd10="N189" or icd10="I259" or icd10="I48" or icd10="E113" or icd10="H360")


เอา กลุ่ม 1,2,3 มา  join กับตัวนี้
==============HBA1C_2

SELECT
lh.hn,lo.lab_items_code,GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date)AS zz,
SUBSTRING_INDEX(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date),',',1)AS A1C_1,
IF((1 + LENGTH(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date))-
LENGTH(REPLACE(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date), ',', '')))>1,
SUBSTRING_INDEX(SUBSTRING_INDEX(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date),',',2),',',-1),'')AS A1C_2,
IF((1 + LENGTH(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date))-
LENGTH(REPLACE(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date), ',', '')))>2,
SUBSTRING_INDEX(SUBSTRING_INDEX(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date),',',3),',',-1),'')AS A1C_3,
IF((1 + LENGTH(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date))-
LENGTH(REPLACE(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date), ',', '')))>3,
SUBSTRING_INDEX(SUBSTRING_INDEX(GROUP_CONCAT(lo.lab_order_result ORDER BY lh.order_date),',',4),',',-1),'')AS A1C_4
  FROM lab_head lh
LEFT OUTER JOIN  lab_order lo ON lh.lab_order_number=lo.lab_order_number
WHERE lo.lab_items_code="193"
AND lh.hn IN(
    SELECT pt.hn FROM clinicmember c
    LEFT OUTER JOIN patient pt ON pt.hn=c.hn
    WHERE c.clinic="001" AND pt.death<>"Y")
AND lh.order_date BETWEEN"2014-11-01"AND"2015-10-30"
AND lab_order_result <>""
GROUP BY lh.hn
===================
 
 

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

นับประชากรตามtype

SELECT
      village.village_moo,
      village.village_name,
      sum(IF(person.house_regist_type_id=1,1,0)) as typearea1,
      sum(IF(person.house_regist_type_id=2,1,0)) as typearea2,
      sum(IF(person.house_regist_type_id=3,1,0)) as typearea3,
      sum(IF(person.house_regist_type_id=4,1,0)) as typearea4
FROM
      person
INNER JOIN village ON person.village_id = village.village_id
GROUP BY village.village_name

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

10 อันดับโรคที่มีค่ารักาษาเยอะสุด hosxp

OPD
select a.pdx,count(a.pdx) as pdx_count ,i.name as icdname ,sum(income)  as sum
from vn_stat a
left outer join icd101 i on i.code=a.main_pdx
where a.vstdate between '2014-10-01' and '2015-09-30'
and a.pdx<>'' and a.pdx is not null
group by a.pdx,i.name
order by sum(income) desc
limit 10

IPD
select pdx,name ,count(an),sum(income)/count(an),sum(income) as sumtotal
from an_stat a,icd101 i
where a.dchdate between '2014-10-01' and '2015-09-30'
and  a.pdx = i.code
group by pdx
order by  sumtotal desc
limit 10

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558

ย้ายข้อมูลลงฐานใหม่ SQL 2008

ทดสอบย้ายระบบและฐานข้อมูล ความเสี่ยง ไปเครื่องใหม ย้าย database sql server 2008 ตามขั้นตอนนี้

 เพื่อความปลอดภัยให้ทำการCopy ฐานข้อมูลของเครื่องเก่าไว้ก่อน โดยไปที่ C:\Program Files\Microsoft SQL Server\MSSQL10.(ชื่อserver)\MSSQL\DATA แล้วไปcopy ฐานข้อมูลไว้ตามชื่อฐานข้อมูล copyไว้ทั้งสองไฟล์ (.ldf,.mdf)

    • ให้สร้าง User ใน sql server 2008  เครื่องใหม่ไว้ก่อน แล้วสร้าง database ตามชื่อที่ต้องการ Import เข้ามา(เครื่องใหม่)

      *การสร้าง user ขึ้นมาใหม่ ให้ไปที่ Security –> Login –>  คลิกขวา Add new login–>  ตรง General ใส่ Username และ Password ให้ไปที่ Tab Server Role ต่อ แล้วให้ติ๊กถูกหมดทุกข้อ

    • ทำการ สร้างฐานข้อมูลในเครื่องใหม่ก่อนโดยใช้ชื่อฐานข้อมูลเดียวกันในที่นี้คือdbRisk

    • ไปที่ฐานข้อมูลเก่า dbRisk คลิกขวา –> tasks –>  generate script –>  เลือกฐานข้อมูล reservation_system ให้ติ๊กถูกช่อง script all object in the select all database –>  ตรง Output ให้เลือก Script to new query window –>  เมื่อเสร็จก็จะได้ Script ที่จะใช้สำหรับสร้างตารางและโครงสร้างต่างๆ

    • ไปที่ฐานข้อมูลใหม่ให้เปิดหน้า Script ขึ้นมา วางScript แล้วให้ทำการ Execute Script

    • ไปที่เครื่องใหม่ให้ ให้เปิดโปรแกรม Import and Export Data (64 bit) เมื่อเปิดโปรแกรมให้เลือกต้นทางที่จะทำการ Export –> เลือกปลายที่จะทำการ Import –>  เลือก Copy Data From One Or More Table Or Views –>  เลือก table ทั้งหมด กด Edit Mappings ส่วน Destination schema name เลือก dbo ติ๊กถูก (Delete rows in existing destination tables ข้อมูลฝั่งDesinationจะหาย) , Enable identity insert –>  Run immediately กด Finish

    • เสร็จสิ้นในส่วนนำข้อมูลจาก SQL Server มาใช้สามารถเช็คฐานข้อมูลใหม่ดูในแต่ละตารางว่ามาครบหรือไม่

    Credit : http://km.phuket.psu.ac.th/?p=483

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

sql ต่างๆ

เบาหวาน
select p.hn,p.cid as ID,concat(p.pname,p.fname)as Name, p.lname as Last_n,concat(DATE_FORMAT(FROM_DAYS(DATEDIFF(NOW(),p.birthday)),"%Y")+0, " ปี") as age,p.sex,if(p.sex="1","ชาย","หญิง")as Sex, DATE_FORMAT(DATE_ADD(p.birthday, INTERVAL 543 YEAR),"%m/%d/%Y") as BirthD
    from ovstdiag o
    left join ovst ov on o.vn=ov.vn
   left join opdscreen op on o.vn=op.vn
   left join patient p on o.hn=p.hn
    where o.icd10 in("E119","E113") and p.death<>"Y" and DATE_FORMAT(FROM_DAYS(DATEDIFF(NOW(),p.birthday)),"%Y")+0 >="60"  and p.sex ="2"
   and p.moopart IN("01","1","02","2","03","3","04","4","05","5","06","6","07","7","10","11","12") and p.tmbpart in("02","2") and p.amppart ="16" and p.chwpart ="47"
    group by o.hn

คำนวนหาอายุวันเดือนปี
select pt.birthday,curdate(),
timestampdiff(year,pt.birthday,curdate()) as age_y,
timestampdiff(month,pt.birthday,curdate())-(timestampdiff(year,pt.birthday,curdate())*12) as age_m,
timestampdiff(day,date_add(pt.birthday,interval (timestampdiff(month,pt.birthday,curdate())) month),curdate()) as age_d
from patient pt
where pt.hn='0051709'

นับผู้ป่วย7สีในคลินิกเบาหวาน คำนวนจากค่า fbs
SELECT COUNT(DISTINCT(opdscreen.hn)) FROM opdscreen
LEFT OUTER JOIN patient ON opdscreen.hn=patient.hn
Where (opdscreen.fbs BETWEEN '125' and '154')
and opdscreen.hn in(Select distinct(clinicmember.hn) from clinicmember where clinicmember.clinic='001' )
and opdscreen.vstdate between '2014-10-01' and '2014-10-31'

นับผู้ป่วย7สีในคลินิกเบาหวาน คำนวนจากค่า ความดัน
SELECT COUNT(DISTINCT(opdscreen.hn)) FROM opdscreen
LEFT OUTER JOIN patient ON opdscreen.hn=patient.hn
Where ((opdscreen.bps BETWEEN '110' and '120') and (opdscreen.bpd BETWEEN '60' and '89'))
and opdscreen.hn in(Select distinct(clinicmember.hn) from clinicmember where clinicmember.clinic='001' )
and opdscreen.vstdate between '2014-10-01' and '2014-10-31'

คัดกรองต้อกระจก 60 ปีขึ้นไป
select pt.hn,ov.vn,pt.pname,pt.fname,pt.lname,pt.birthday,pt.informaddr,ov.pdx,ov.dx_doctor,ov.dx0,ov.dx1,ov.age_y,ov.vstdate,pt.type_area
from vn_stat ov ,patient pt ,ovst ovst
where  ov.vn=ovst.vn and pt.hn=ov.hn and ov.vstdate between "2014-10-01" and  "2014-12-30" and ov.hn=pt.hn
 and ov.age_y>= 60
 and ov.age_y<= 200

 and ( (ov.pdx >= "Z010" and ov.pdx <= "Z010")
 or (ov.dx0 >= "H540" and ov.dx0 <= "H545")
 )

 ผู้ป่วย 60-69 ปี ชื่อที่อยู่ type 1,3
SELECT person.cid,person.pname,person.fname,person.lname,person.house_regist_type_id,person.birthdate,person.patient_hn,           
            person.age_y,person.discharge_date,sex.`name` AS sex,CONCAT(house.address,' หมู่ ',village.village_moo) AS BAN,thaiaddress.full_name
                        ,person.death
            FROM       
            person      
            INNER JOIN house ON person.house_id = house.house_id   
            INNER JOIN village ON person.village_id = village.village_id     
            INNER JOIN thaiaddress ON thaiaddress.addressid = village.address_id  
            INNER JOIN sex ON person.sex = sex.`code` 
            WHERE                                   
            person.age_y BETWEEN "60" AND "69" AND  
            person.death = "N" AND village.village_moo <> "0" AND              
            house_regist_type_id in("1","3") order by village.village_moo,person.age_y ASC

นับจำนวนประชากรแยก ช-ญ
           SELECT t1.village_id,t1.village_name,t2.hh AS "ËÅѧ¤ÒàÃ×͹",
       MAX(IF(sex='1',cc,NULL))AS "ªÒÂ",
      MAX(IF(sex='2',cc,NULL))AS "Ë­Ô§"
FROM(
SELECT p.village_id,v.village_name,COUNT(sex)AS cc,sex FROM person p
LEFT OUTER JOIN village v ON v.village_id=p.village_id
WHERE p.house_regist_type_id IN('1','3')AND p.village_id<>'99'AND p.person_discharge_id='9'
GROUP BY p.sex, p.village_id  )AS t1
INNER JOIN (SELECT h.village_id,COUNT(address)AS hh FROM house  h
LEFT OUTER JOIN village v ON v.village_id=h.village_id
WHERE h.village_id <>'99'
GROUP BY h.village_id)AS t2 ON t2.village_id=t1.village_id
GROUP BY village_id

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

การแก้ไขPassword โปรแกรมHosXp ด้วยตัวเอง

ในการเปลี่ยนข้อมูลนั้นด้วยตนเองในHosxp สามารถทำได้ดังนี้
1. ไปที่เมนู System > Show User Information
2.เมื่อเลือกแล้วระบบจะให้ทำการใส่รหัส ซึ่งก็คือpassword ที่เราล็อกอิน Hosxp ปัจจุบัน 
3.จะเข้าสู่หน้าเมนูข้อมูลส่วนบุคคล จากนั้นท่านสามารถเปลี่ยน password
เมื่อทำการแก้ไขแล้วให้กดบันทึก เป็นอันเสร็จสิ้นการเปลี่ยนpassword ครับ